8 วิธี เปลี่ยนพฤติกรรม ลดกรดไหลย้อน

0
638

8 วิธี เปลี่ยนพฤติกรรม ลดกรดไหลย้อน

“กรดไหลย้อน” เมื่อเป็นแล้วทำให้นอนไม่หลับ กินก็ลำบาก มีอาการจุกคอ แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว แสบคอ ขมปาก ทำอย่างไรอาการของโรคนี้จะหายได้ วันนี้มีวิธีลด “กรดไหลย้อน” ได้รักษาด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งยา แค่ลองปรับพฤติกรรม รับรองว่าอาการลดลงแน่นอนจ้า

1. กินอาหารมื้อเล็กลง และห้ามกินอะไร 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
ค่อยๆ ลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อลง เพื่อลดความเครียดและลดการทำงานให้กระเพาะอาหาร อย่ากินอาหาร 2 – 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาหารจะไปกดทับกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณส่วนปลายของหลอดอาหาร (LES) และควรเคี้ยวอาหารให้ช้าลง จะได้ย่อยง่ายและเร็วขึ้น

2. หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน
จดบันทึกอาหารและเครื่องดื่มที่กินเข้าไปในแต่ละมื้อดูว่าอะไรกินแล้วเกิดกรดไหลย้อน ถ้ากินอะไรเข้าไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงเกิดอาการกรดไหลย้อน ให้งดอาหารชนิดนั้นไปเลย

3. งดบุหรี่
การสูบบุหรี่นอกจากทำให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแย่ลงแล้ว ยังทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ด้วย การสูบบุหรี่ทำให้กล้ามเนื้อส่วนที่แบ่งกระเพาะออกจากหลอดอาหารอ่อนแอลง ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารง่ายขึ้น จนเกิดอาการแสบร้อนกลางอก (heartburn)

4. ใส่เสื้อผ้าสบายๆ อย่าใส่ชุดคับ รัดกระเพาะ
ควรใส่เสื้อผ้าสบายๆ ไม่คับแน่นจนรัดหน้าท้อง เพราะจะไปกดทับที่กระเพาะ จนแน่นท้อง เกิดอาการกรดไหลย้อนได้

5. กึ่งนั่งกึ่งนอน กรดจะได้ไม่ไหลย้อน และนอนตะแคงข้างซ้าย
บางคนจะเกิดอาการกรดไหลย้อนในตอนกลางคืน ควรนอนหนุนให้ช่วงตัวสูงแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน แรงโน้มถ่วงจะช่วยให้กรดในกระเพาะไม่ไหลย้อนขึ้นมา พอกรดไม่ไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ตอนกลางคืนก็จะหลับสบาย
อย่าหนุนหมอนให้คอตั้งบ่า เพราะไม่ค่อยช่วยเรื่องกรดไหลย้อน คอกับตัวจะโค้ง ทำให้ยิ่งกดทับที่กระเพาะ เกิดกรดในกระเพาะเยอะกว่าเดิม และการนอนตะแคงข้างซ้าย ช่วยลดอการกรดไหลย้อนไม่ให้ไหลไปที่หลอดอาหาร ซึ่งทำให้แรงดันตรงบริเวณที่ต่ำกว่าลิ้นปี่ลดน้อยลง และทำให้กรดลดน้อยลงไปด้วย

6. เคี้ยวหมากฝรั่งแบบไม่แต่งรสหวานเพื่อช่วยลดกรดเกินในกระเพาะ
หลังกินอาหารเสร็จ ลองเคี้ยวหมากฝรั่งแบบไม่แต่งรสหวาน (sugar-free) ดู เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งจะไปกระตุ้นให้ต่อมน้ำลายทำงาน ปล่อยไบคาร์บอเนตในน้ำตาล ตัวไบคาร์บอเนตนี่แหละที่ไปลดกรดเกินในกระเพาะได้
อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งที่แต่งรสหวาน เพราะยิ่งทำให้กรดในกระเพาะเยอะกว่าเดิม

7. เพิ่มโปรไบโอติกส์ให้กระเพาะแข็งแรง
โปรไบโอติกส์คือแบคทีเรียหลายๆ ชนิดผสมกัน ซึ่งปกติแบคทีเรียเหล่านี้พบได้ในกระเพาะ เช่น ยีสต์ saccharomyces boulardii, culture ของ lactobacillus และ bifidobacterium แบคทีเรียดีพวกนี้ปกติอยู่ในลำไส้ จะช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และกระเพาะแข็งแรงขึ้นด้วย

8. เขย่ง 10 ครั้งทุกเช้า ช่วยเรื่องกรดไหลย้อนได้
ปกตินักจัดกระดูก (chiropractor) แนะนำท่านี้สำหรับรักษาไส้เลื่อนกระบังลม (hiatal hernias) แต่ก็ใช้แก้ปัญหากรดไหลย้อนได้ด้วย ให้ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว ประมาณ 6 – 8 ออนซ์ (180 – 240 มล.) หลังตื่นนอน จากนั้นยืนตรง กางแขนออก งอข้อศอกเข้ามา จากนั้นประสานมือตรงหน้าอก เขย่งปลายเท้า สุดท้ายวางส้นเท้ากลับลงมา ทำซ้ำ 10 ครั้งด้วยกัน เมื่อทำครบ 10 ครั้ง อย่าเพิ่งเอาแขนลง แต่ให้หายใจตื้นๆ เร็วรัวสัก 15 วินาที ทำซ้ำทุกเช้าจนอาการกรดไหลย้อนดีขึ้น ขั้นตอนนี้จะช่วยจัดกระเพาะและกระบังลม ทำให้ไส้เลื่อนไม่มารบกวนหลอดอาหาร

ควรพบแพทย์หากมีอาการเหล่านี้

  • ถ้ามีอาการแสบร้อนกลางอกมากกว่าอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
  • ถ้าอาการแสบร้อนกลางอกไม่หายใน 2 – 3 อาทิตย์
  • ถ้ามีปัญหาเรื่องการกลืน คลื่นไส้ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก
  • ถ้าเจ็บแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก และถ้ามีอาการปวดแขนหรือขากรรไกรร่วมด้วย

อาการทั้งหลายที่ว่ามาอาจจะไม่ร้ายแรงแต่อาจเป็นสัญญาณบอกโรคที่ร้ายแรงที่จะตามมา ดังนั้นควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิฮาว

เรียบเรียงโดย : วันใสใส

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.