เปิดประวัติมูนา อัลล์ ซารูนี่ณ์ ‘ซินเดอเรลล่าดูไบ’ เผยสามีให้เงินใช้เดือนละ 8 หลัก

187

เปิดประวัติมูนา อัลล์ ซารูนี่ณ์ ‘ซินเดอเรลล่าดูไบ’ เผยสามีให้เงินใช้เดือนละ 8 หลัก

หลายคนคงรู้จัก คุณมูนา อัลล์ ซารูนี่ณ์ กันมาบ้างแล้วในฐานะ “ซิลเดอเรลล่าดูไบ” ที่ต้องบอกเช่นนี้เพราะชีวิตของเธอนั้น เรียกได้ว่า สวยงามราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบ และยังมีวิถีชีวิตราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายไม่มีผิด

จากม่ายสาวลูกสองที่มีธุรกิจทัวร์เล็กๆ ชีวิตพลิกผันมาปิ๊งรักกับอภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของดูไบได้อย่างไร

เรารู้จักกันมาก่อน เขาเป็นลูกค้าบริษัททัวร์ของเรา รู้จักกันตั้งแต่ “มูนา” ยังมีสามีอยู่ และมีลูก 2 คน จนเราเลิกกับสามีเก่า ก็คุยกับเขาแบบเพื่อนอยู่ 4-5 ปี ถึงตกลงเป็นแฟนกัน เขาโทร.ข้ามประเทศมาคุยกับเราทุกวัน เดือนละหลายแสน หลังคบเป็นแฟน 2 ปี จึงตัดสินใจแต่งงานกัน

ทราบมาก่อนไหมว่า เขาเป็นมหาเศรษฐีรวยที่สุด 1 ใน 5 ของดูไบ

แรกๆไม่ทราบเลย เพื่อนมาบอกว่าผู้ชายคนนี้บ้านใหญ่อย่างกับวัง แต่เราก็พูดตลอดว่าโอ้ยรวยแค่ไหนไม่รู้หรอก แต่ฉันไม่ชอบแขก!! ตอนหลังมารู้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจทำอสังหาริมทรัพย์อยู่ดูไบ ปีหนึ่งมาเที่ยวเมืองไทยแค่ครั้งเดียว พอคบกันสักพัก ตอนเราจะเปลี่ยนรถ เขาส่งเงินเข้าบัญชีเรามาล้านหนึ่ง ยอมรับว่าตกใจเหมือนกัน

ไปอยู่ดูไบแรกๆปรับตัวเยอะไหมคะ เพราะเห็นว่าต้องอยู่รวมกับสะใภ้คนอื่นด้วย

ต้องใช้เวลา 4-5 ปี กว่าจะยืนหยัดเอาตัวรอดมาได้ เพราะต้องย้ายไปอยู่รวมกับสะใภ้อีก 4 คน โดยที่เราเป็นสะใภ้คนโตและเป็นต่างชาติ เรื่องชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายมาก แต่ต้องปรับตัวหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องภาษา ตอนนั้นเรายังพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง แถมยังอยู่ต่างบ้านต่างเมืองที่ใช้ภาษาอารบิกเป็นหลัก ก็ต้องสู้เยอะกว่าจะมีวันนี้

ได้ข่าวว่าช่วงแรกก็มีร้องไห้เหมือนกัน ใครกล้ารังแกนายหญิงใหม่

ร้องไห้ทุกวัน ชีวิตนี้ไม่เคยทุกข์ใจเท่านี้ เราเหมือนถูกโดดเดี่ยว ต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง เพราะวัฒนธรรมที่โน่นจะแยกชายหญิงเด็ดขาด ทำให้เราต้องแยกกับสามีทุกอย่าง กินข้าวก็คนละห้อง นั่งเล่นก็คนละห้อง ไม่เคยจูงมือกันเดิน วันหนึ่งจะเจอกันแค่ตอนนอนเท่านั้น เราเคยทะเลาะกับเขาหลายครั้ง ทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่มีเรื่องอะไรกลับต้องโทรศัพท์คุยกัน!! ช่วงแรกเรายังไม่คุ้นเคย ก็ต้องรีบปรับตัวเพื่อให้เรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ในแบบที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน มันเลยเก็บกด!! โชคดีที่สามีเป็นคนดีมาก เรายื่นคำขาดตั้งแต่อยู่ด้วยกันว่า หากสามีไปมีคนอื่น เราก็จะกลับมาอยู่เมืองไทยทันที ซึ่งเขาก็ดีนะที่ไม่เคยมีใครให้เราจับได้ซะที

เห็นว่าไปอยู่ที่โน่น “คุณมูนา” ไม่ต้องทำงาน แต่ได้เงินเดือนใช้เป็นแสนเป็นล้าน

ชีวิตที่ดูไบไม่ต้องทำงานอะไรเลย พอว่างก็ไปช็อปปิ้ง และมีหน้าที่แต่งตัวสวยๆออก งาน ทุกเดือนเราจะได้เงินเดือน และเป็นธรรมเนียมของครอบครัวที่จะจัดงบเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวปีละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 3-5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของธุรกิจ โดยงบประมาณท่องเที่ยวนี้ ใครอยากเก็บหรืออยากเดินทางสุดแต่ความต้องการ ส่วนใหญ่ “มูนา” จะเลือกเก็บไว้เพื่อซื้อเพชร และเดินทางมาเยี่ยมลูกที่เมืองไทย เราไม่ได้เป็นคนฟุ้งเฟ้อ ไม่ได้บ้าแบรนด์เนม แต่ก็มีบ้าง ซึ่งเราไม่ได้มีแบบสะสมมากองไว้เยอะๆ ต้องมีทุกแบบทุกสีทุกคอลเลกชั่น ไม่ใช่แบบนั้น เราซื้อแค่พอประมาณ

มีคนรับใช้ 16 คน แต่ยังไม่พอ!!

เป็นเรื่องธรรมดาของเศรษฐีที่จะมีคนรับใช้คอยช่วยทำนู่นนี่ตลอดเวลา เจ้านายแทบจะไม่ต้องลงมือทำอะไร สำหรับครอบครัวของคุณมูนาก็เช่นกัน เพราะเฉพาะครอบครัวเธอนั้นมีคนรับใช้ถึง 16 คน แต่สามีและแม่สามีกลับบอกว่า ยังไม่พอให้ไปหามาอีก ซึ่งคุณมูนายังบอกไว้ใน รายการคนดังนั่งเคลียร์อีกว่า คนรับใช้ที่นั่นจะมีหน้าที่เดียว ซักผ้า ซื้อกับข้าว ยกกับข้าว ก็ทำอย่างเดียว ฟังดูแล้วไม่แปลกใจเลยว่า 16 คนที่มีอยู่ทำไมถึงไม่พอ!!

สามีซื้อเพชรให้ ราคาเท่าตึก

วันครบรอบแต่งงานของคุณๆ สามีซื้ออะไรให้กันบ้างคะ สำหรับคุณมูนาในวันครบรอบแต่งงาน 25 ปีของเธอ คุณอาเหม็ด ได้ซื้อเพชร มูลค่าราคาเท่าตึกที่ดูใบ ยังไม่รวมกับที่ผ่านๆ มา ถ้าจะให้ประเมินมูลค่าของเพชร และ อัญมณีที่สามีให้กับเธอนั้น 10 ตึกอาจจะน้อยไป

น้ำหอมหยดละหมื่น ขวดละแสน

น้ำหอมขวดละหมื่นก็ว่าแพงแล้ว เจอน้ำหอมขวดละแสนของคุณมูนาก็ต้องยอม ซึ่งเธอเล่าให้ฟังว่า คนที่นั่นจะใช้น้ำมันหอมซึ่งมีกลิ่นแรงมากกว่าน้ำหอม แตะเพียงนิดเดียวก็หอมไปหลายวัน ขวดนิดเดียวก็เป็นแสน แตะเพียงหนึ่งหยดก็เป็นหมื่นแล้วจ้า

เคล็ดลับความสวย กินโสมบำรุงสุขภาพเฉลี่ยปีละ 1.2 ล้านบาท

ปกติแล้วมูนาจะเน้นการดูแลตัวเองให้สวยจากภายในสู่ภายนอก ทุกเช้าจะต้องดื่มน้ำผลไม้แยกกาก ส่วนตอนเย็นก็จะไม่กินข้าวเพื่อรักษาหุ่น มีการทำศัลยกรรมอย่างฉีดโบท็อกซ์และดึงหน้าบ้าง แต่สิ่งที่เธอรักและคิดว่าน่าจะทำให้ดูดีขึ้นได้มากที่สุดคงเป็นโสมสกัด ซึ่งช่วยเรื่องผิวพรรณและสุขภาพได้มาก จนสามีถึงขั้นเอ่ยปากชม แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 1.2 ล้านบาทเลยทีเดียว

ชีวิตบั้นปลายที่มีความสุข ไม่ขอทำงานอะไรให้เหนื่อยแล้ว

ปัจจุบันนี้ลูก ๆ ทุกคนของเธอเรียนจบกันแล้ว อีกทั้งยังมีหลานตัวน้อย ๆ ให้คอยอุ้มเล่นด้วย โดยเธอก็ไม่ได้หวังอะไรมากมายนักในบั้นปลายชีวิต ขอแค่มีความสุขในทุกวัน มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงก็เพียงพอแล้ว และถึงอย่างไรก็ยังต้องใช้ชีวิตที่ดูไบเป็นหลัก เพราะอยู่ที่นั่นมานานถึง 28 ปี ทำให้มีความเคยชินอีกทั้งยังมีทรัพย์สินที่นั่นให้ต้องดูแลอีกด้วย