เทคนิคง่ายๆ กับการเลือกซื้อรองเท้าออกกำลังกาย

0
200

เทคนิคง่ายๆ กับการเลือกซื้อรองเท้าออกกำลังกาย

การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่มีหลายคนไม่รู้ว่ารองเท้าสนิกเกอร์แฟชั่นกับรองเท้ากีฬาไม่เหมือนกัน ซึ่งความไม่รู้ก็จะเอาสนิกเกอร์แฟชั่นมาใส่เล่นกีฬา แล้วก็จะเกิดปัญหาตามมา เช่น รองเท้ากัด ปวดเท้า เป็นตาปลา พังผืด เท้าอักเสบ หรือบางรายอาจเกิดอุบัติเหตุระหว่างการออกกำลังกายได้ เพราะรองเท้าสนิกเกอร์แฟชั่นไม่ซัพพอร์ทการเคลื่อนไหวของเท้า ดังนั้นเราจึงมีเทคนิคการเลือกซื้อรองเท้าออกกำลังกายที่เหมาะสมมาฝากกันจร้า

1. เลือกรองเท้าให้เหมาะกับประเภทการออกกำลังกาย เช่น ถ้าเป็นการออกกำลังกายในร่มหรือฟิตเนสทั่วไป ควรเลือกรองเท้าที่เบาสบายคล่องตัว ยึดเกาะกับทุกสภาพพื้นผิว หรือถ้าเป็นรองเท้าวิ่งกลางแจ้ง ก็ต้องเป็นรองเท้าที่สวมใส่นุ่มสบาย แข็งแรง มีพื้นและส้นรองเท้าที่รับแรงกระแทกได้ดี เพราะต้องรองรับกดทับแบบซ้ำๆ เป็นเวลานาน ส่วนในกีฬาแต่ละชนิดควรเลือกรองเท้าที่ทำขึ้นมาเฉพาะกีฬานั้นๆ เช่น แบดมินตัน ฟุตบอล เทนนิส บาสเก็ตบอล กอล์ฟ ฯลฯ และสำหรับคนที่ชอบเล่นกีฬาทุกประเภท ถ้าไม่อยากซื้อหลายคู่ก็เลือก “รองเท้าสำหรับวิ่ง” หรือ ‘Running Shoes’ ก็ได้เพราะเป็นรองเท้ากีฬาพื้นฐานที่สามารถรองรับกีฬาอย่างอื่นได้

2. ช่วงเวลาที่ซื้อรองเท้าควรเลือกและทดสอบรองเท้าในช่วงเวลาเย็น เพราะในช่วงเย็นมีการเดินวิ่งหรือทำกิจกรรมต่างๆมาตลอดทั้งวันทำให้เลือดไหลเวียนลงสู่เท้ามากขึ้น ส่งผลให้เท้าขยายใหญ่ที่สุด ช่วงเวลานี้จึงเหมาะที่จะเลือกรองเท้ามากที่สุดเพื่อป้องกันปัญหารองเท้าคับและไม่เข้ารูป

3. เลือกรองเท้าให้เหมาะกับลักษณะรูปทรงของเท้า ต้องดูลักษณะของฝ่าเท้าว่ามีลักษณะอย่างไร ระหว่าง เท้าแบน เท้าปกติ เท้าโค้ง ซึ่งมีวิธีทดสอบง่ายๆ คือใช้เท้าเหยียบน้ำแล้วเหยียบบนกระดาษ ภาพรอยเท้าที่ปรากฏจะเป็นตัวบอกว่าคุณมีลักษณะเท้าแบบใด แบ่งได้ 3 แบบ

  • เท้าแบน (ฝ่าเท้าคุณไม่มีส่วนเว้าโค้งเลย) ต้องเลือกรองเท้าที่เน้นความมั่นคงของการวิ่ง เพราะเป็นการวิ่งที่ใช้เท้าด้านใน เวลาเลี้ยวอาจล้มได้ง่าย ดังนั้นควรเลือกซื้อรองเท้าประเภท “Motion Control” หรือ “Stability”
  • เท้าปกติ (ฝ่าเท้ามีส่วนเว้าประมาณ 3 ใน 4) สามารถเลือกรองเท้าได้ทุกรูปแบบเพราะเป็นทรงเท้าที่ได้มาตรฐาน เคลื่อนที่และทรงตัวได้เป็นปกติ
  • เท่าโค้ง (ฝ่าเท้ามีส่วนโค้งส่วนเว้ามากหรือรอยเท้าขาด) ผู้ที่มีทรงเท้าลักษณะนี้เมื่อออกกำลังกายเป็นเวลานานๆจะรู้สึกปวดเมื่อยได้ง่ายเพราะน้ำหนักจะลงเฉพาะส่วนปลายและส้นเท้า จำเป็นต้องเลือกรองเท้าที่มีคำว่าว่า “Flexible” หรือ “Cushioned” ซึ่งเป็นรองเท้าที่เน้นรับแรง

4. ทดสอบรองเท้าก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งในการเลือกรองเท้า ต้องทดลองสวมใส่ และทดสอบด้วยการเคลื่อนไหว โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้

  • เลือกขนาดรองเท้าที่ไม่คับหรือหลวมเกินไป (ให้สวมถุงเท้าขณะทดสอบรองเท้า) เมื่อขยับส้นเท้าชิดด้านหลังส่วนหน้าเท้าจะต้องมีพื้นที่ให้นิ้วเท้าเคลื่อนไหวได้สะดวก (หรือทดสอบโดยดันเท้าไปด้านหน้าสุด แล้วสอดนิ้วมือลงด้านหลังล้นเท้า ให้สอดได้ 1 นิ้วพอดี)
  • ส้นรองเท้าควรกระชับพอดีกับด้านหลัง ไม่ขยับขึ้นลง รองเท้าหุ้มและยึดส่วนข้อเท้าได้อย่างแข็งแรงมั่นคง
  • สวมใส่แล้วรู้สึกนุ่มสบายไม่รู้สึกอึดอัดคับแน่น มีการระบายอากาศที่ดี เมื่อทดสอบด้วยการเดิน-วิ่ง-กระโดด รองเท้าจะยึดเท้าให้อยู่ภายในตัวรองเท้า ไม่เเลื่อนไหลหรือหลุดขณะทดสอบ

5. ดูแลรองเท้าให้ดีตลอดการใช้งาน เมื่อได้รองเท้าคู่ใจมาแล้วก็ควรจะดูแลรักษาให้ดี ใช้งานให้ถูกประเภท ดูแลรักษาความสะอาด ควรซักและตากแดดอย่างสม่ำเสมอ เมื่อไม่มีการใช้งานควรใส่ดันทรงเพื่อไม่ให้เสียรูปทรงรองเท้า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำควรมีรองเท้าสำรองอีก 1 คู่ และเมื่อมีการชำรุดเสียหายควรรีบซ่อมแซมโดยทันที

เรียบเรียงโดย : วันใสใส

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.