เคล็ดลับความสำเร็จของ “ไคลีย์ เจนเนอร์ (Kylie Jenner)” เศรษฐีพันล้านที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก

95

เคล็ดลับความสำเร็จของ “ไคลีย์ เจนเนอร์ (Kylie Jenner)” เศรษฐีพันล้านที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ปีที่ผ่านมา “ไคลีย์ เจนเนอร์ (Kylie Jenner)” ได้ขึ้นปกนิตยสาร “ฟอบส์ (Forbes)” พร้อมตำแหน่งบุคคลที่มีรายได้สูงถึง $900 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่สามารถทำเงินได้ในระดับนี้ และล่าสุดนิตยสาร “ฟอบส์ (Forbes)” ได้ประกาศอีกครั้งว่าตอนนี้ “ไคลีย์ เจนเนอร์ (Kylie Jenner)” ได้กลายเป็นเศรษฐีพันล้านในอายุเพียง 21 ปี จากการทำธุรกิจเครื่องสำอาง “Kylie Cosmetic” ซึ่งล้มแชมป์เก่าในตำแหน่งนี้ อย่าง “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg)” ที่ครองตำแหน่งไปตอนอายุ 23 ปี

วันนี้เราจะพาไปดูเคล็ดลับความสำเร็จของเธอว่าทำไมเครื่องสำอาง “Kylie Cosmetic” ถึงกลายเป็นธุรกิจที่สร้างเงินมหาศาลให้เด็กสาววัย 21 ปีอย่าง “Kylie Jenner”

1. ฐานแฟนคลับดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ความสำเร็จของ “ไคลีย์ เจนเนอร์ (Kylie Jenner)” ส่วนหนึ่งมาจากเธอเป็นคนดังมาก่อน ซึ่งเธอเป็นสมาชิกของครอบครัว “Kardashian” จึงทำให้เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และมีคนติดตามเธออยู่เป็นล้าน ซึ่งการเริ่มทำธุรกิจอะไรสักอย่างจึงเป็นเรื่องง่ายต่อการประสบความสำเร็จ

2. เธอลงทุนเปิดแบรนด์ในชื่อตัวเองมากกว่าที่จะทำคอลาบอเรชั่นกับแบรนด์ดัง
แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้มากเท่านี้ ในขณะที่เซเลบริตี้หลายคนเลือกที่จะทำคอลเล็กชั่นพิเศษกับแบรนด์ดังต่างๆ ภายใต้คำว่า “Collaboration” แต่เธอกลับเป็นคนแรกๆ ที่ก้าวออกมาเปิดแบรนด์ “Kylie Cosmetics” เป็นของตัวเองในปี 2015 ซึ่งเริ่มต้นด้วยพนักงานประจำเพียง 7 คนเท่านั้น

3. พลังจากโซเชียลมีเดียและออนไลน์ผลักดันให้เธอไปไวกว่าที่คิด
เธอยอมรับตรงๆ กับ Forbes ว่าพลังของโซเชียลมีเดียทำให้ธุรกิจของเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด เธอจึงใช้ช่องทางเหล่านี้ในการเปิดตัวและโปรโมทสินค้าต่างๆ ของเธอผ่านแพลตฟอร์มส่วนตัวที่มียอดฟอลโลเวอร์หลักล้านอย่าง Instagram, Facebook, Snapchat และ Twitter

4. การให้ความสำคัญกับช่องทางออฟไลน์
แม้จะมีพลังในออนไลน์เต็มมือ แต่เธอก็ยังคงให้ความสำคัญกับช่องทางการจำหน่ายแบบออฟไลน์ ด้วยการร่วมมือกับ Ulta เป็นผู้จำหน่ายสินค้าของเธอซึ่งมีมากกว่า 1,000 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา ทำให้ลูกค้าของเธอได้มีประสบการณ์โดยตรงกับสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ รวมถึงทาร์เก็ตที่เป็นวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ยังไม่สามารถซื้อของออนไลน์ได้เนื่องจากยังไม่มีบัตรเครดิต ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงและรู้จักสินค้าของเธอได้ง่ายกว่าการขายออนไลน์เพียงอย่างเดียว

5. มีโปรดักส์ใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมราคาที่เข้าถึงง่าย
แม้ลิปสติก Lip Kits จะเป็นไอเท็ม Best Seller แต่เธอก็ยังให้ความสำคัญการขยายไลน์สินค้าให้เพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2017 แบรนด์ Kylie Cosmetics มีสินค้าใหม่มากกว่า 30 อย่าง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ใบหน้า ดวงตา ริมฝีปากไปจนถึงแปรงและอุปกรณ์ต่างๆ ในขณะเดียวกันสินค้าของเธอกลับมีราคาที่เข้าถึงง่าย อย่าง Lip Kits มีราคาเพียงแท่งละ $29 หรือประมาณ 900 บาทเท่านั้น เมื่อเทียบความเอ็กคลูซีฟของสินค้ากับราคาจึงทำให้ Kylie Cosmetics เป็นไอเท็มหายากและ Sold Out ทันทีที่วางขาย

ขอบคุณที่มา Jeab.com

และภาพจาก IG : kyliejenner, kyliecosmetics