หยุด! ทำร้ายผิวด้วยการรักษาฝ้าแบบผิดวิธี

0
174

หยุด! ทำร้ายผิวด้วยการรักษาฝ้าแบบผิดวิธี

ต้นเหตุของฝ้าเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย ซึ่งอาจจะเกิดจากฝ้าแดด ฝ้าฮอร์โมน ฝ้ากรรมพันธุ์ ซึ่งทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจในตัวเอง จึงหาวิธีที่จะกำจัดฝ้าให้หายโดยเร็ว ซึ่งอาจเกิดการรักษาแบบผิดๆ จนทำร้ายผิวหน้าให้บางลง แล้วทำให้รอยฝ้าชัดขึ้น โดยมีวิธีการรักษาฝ้าแบบผิดๆ ดังนี้

1. ใช้เครื่องสำอางปกปิดรอยฝ้า เนื่องจากเครื่องสำอางมีสารเคมีต่างๆ ผสมอยู่ บางชนิดมีแอลกอฮอร์ น้ำหอม สารกันเสีย หรือฮอร์โมนผสมอยู่ จึงอาจทำร้ายผิวหน้า ทำให้รอยฝ้าที่มีอยู่ชัดขึ้นและลึกขึ้น จากปฏิกิริยาของแสงแดดนั่นเอง

2. ลอกหน้ารักษาฝ้าด้วยสารเคมี อาจเห็นผลดี เพราะช่วยลอกเซลล์ผิวชั้นนอกให้หลุดออกไป โดยเฉพาะเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ รอยดำจากสิว รอยฝ้า รอยกระ และคราบไคลให้หลุดลอกออกง่าย แต่เนื่องจากวิธีนี้สารเคมีจะมีความรุนแรงกับผิวหน้า จึงทำให้ผิวหน้าบางลง ระคายเคืองง่าย ก่อให้เกิดผิวไวต่อแสงแดด มีอาการไหม้ แสบแดงได้ง่ายขึ้น แล้วกลับมาเป็นฝ้าเหมือนเดิม

3. ครีมไฮโดรควิโนนลดฝ้า ถึงแม้จะเป็นสารไฮดรอกซีฟีนอล ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ทำให้การผลิตเม็ดสีน้อยลง แต่ก็ไม่ควรสุ่มสี่ สุ่มห้าให้มั่วซั่วเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำร้ายผิวหน้าให้ฝ้าฝังลึกเมื่อหยุดใช้แล้ว ยังทำให้ผิวหน้าบาง ไวต่อแดด และยังก่อให้เกิดเคมีตกค้างในเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหน้าเสีย เสื่อมสภาพมีสิวขึ้นเห่อ ฝ้าฝังลึกไม่หายอีกด้วย

สำหรับการรักษารอยฝ้าให้จางลงนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารมีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ ควรออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ พอกหน้าด้วยสูตรสมุนไพรจากธรรมชาติเพื่อช่วยลดรอยฝ้า เลือกครีมรักษาฝ้าสูตรสมุนไพรธรรมชาติ เพื่อป้องกันผิวหน้าแพ้จากเคมี และที่สำคัญปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวหน้าเกิดรอยฝ้านั้นมาจากแสงแดด จอคอม จอมือถือ หลอดไฟ ความร้อนจากเตาก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวันด้วยนะคะ

เรียบเรียงโดย : วันใสใส

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.