สิวที่หลังเกิดจากอะไร ? รักษาได้อย่างไร ?

0
392

สิวที่หลังเกิดจากอะไร ? รักษาได้อย่างไร ?

สิวที่หลังเกิดจากอะไร ?

ทุกคนมีต่อมน้ำมันภายใต้รูขุมขน ผลิตน้ำมันที่เรียกว่าซีบัม (Sebum) ออกมาเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมและผิวหนัง หากน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันรูขุมขนก็จะทำให้เกิดสิว ทำให้มีอาการแดง บวมหรือเป็นหนอง สิวอาจเกิดจากการที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมัน หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น

  • ฮอร์โมน เพราะฮอร์โมนมีการเปลี่ยน สิวจึงมักปรากฏในช่วงวัยรุ่นเป็นเรื่องปกติหรือผู้หญิงที่อยู่ในช่วงการมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
  • กรรมพันธุ์ ปัญหาเรื่องสิวที่เกิดขึ้นอาจส่งผ่านจากครอบครัวได้ เช่น หนึ่งในสมาชิกในครอบครัวเคยประสบกับสิวระดับรุนแรงมาก่อน
  • เหงื่อ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ หากใส่เสื้อที่คับหรือพอดีตัวเกินไป เมื่อเหงื่อออกในเสื้อ อาจทำให้สิวรุนแรงขึ้นได้
  • อาหาร มีผลวิจัยยืนยันว่าการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเช่นขนมปังขาวหรือมันฝรั่งทอดอาจทำให้เป็นสิวได้ เพราะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  • ยา ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า อาจทำให้เกิดสิวได้
  • ความเครียด นับเป็นปัจจัยที่มีส่วนทำให้เกิดสิว แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรง
    วิธีรักษาสิวที่หลัง

หากประสบปัญหาสิวที่หลัง สามารถรักษาตัวเองในเบื้องต้นเพื่อลดการแพร่กระจายของสิวได้โดยการทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวอย่างอ่อนโยน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ เช่น เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ กรดซาลิซิลิก รีซอร์ซินอล หรือกำมะถัน รวมถึงไม่ควรแกะหรือบีบสิวเพราะอาจทำให้เป็นแผลเป็นหรือเกิดการติดเชื้อ หากรักษาตนเองเบื้องต้นไม่ได้ผล ควรไปพบแพทย์ อาจจำเป็นต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังโดยเฉพาะ เพื่อหาสาเหตุหรือสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดสิวที่หลัง แพทย์อาจสั่งจ่ายยาทั้งยารับประทานและยาครีมเพื่อใช้รักษาต่อไป

วิธีรักษาแผลเป็นจากสิวที่หลัง

โดยทั่วไปแล้วแผลเป็นจะลดขนาดและจางไปตามระยะเวลา หากแผลเป็นนั้นก่อให้เกิดความรำคาญ อาจปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการรักษา เช่น การศัลยกรรมขจัดแผลเป็นหรือการเลเซอร์ผิวหนังได้ หรือปรึกษากับแพทย์โรคผิวหนังหรือศัลยแพทย์เพิ่มเติมค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.