ยาแก้ปวด ยาคลายเส้นกล้ามเนื้อ กินอย่างไรให้ปลอดภัย?

59

ยาแก้ปวด ยาคลายเส้นกล้ามเนื้อ กินอย่างไรให้ปลอดภัย?

ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีการรับประทานยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อกันบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเจ็บป่วย ปวดหัว ปวดฟัน ปวดแผล ก็ต้องรับประทานยาแก้ปวดกันทั้งนั้น โดยยาแก้ปวดนั้น กลายเป็นยาสามัญประจำบ้าน บ้านไหนไม่มีนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีติดอยู่ที่บ้านไว้อยู่เสมอ ส่วนเรื่องยาคลายกล้ามเนื้อ ก็เหมือนกัน มักจะรับประทานกันอย่างแพร่หลาย เพื่อลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดแขน ปวดขา แก้เมื่อยล้าจากการทำงานหนักหรือการออกกำลังกาย

โดยการรับประทานยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อนั้น ต้องระมัดระวังและใช้ให้ถูกเวลาและขนาด ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ค่ะ

1. หากปวดกล้ามเนื้อ อันดับแรก ต้องทราบก่อนว่า เราปวดในบริเวณใด ซึ่งที่พบบ่อบๆ คือ ปวดไหล่ อาการนี้อาจไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ สามารถซื้อยาจากร้านขายยาที่มีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยา

2. หากกล้ามเนื้อตึงตัวผิดปกติ ยาที่ใช้คือกลุ่มคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นยาคนละกลุ่มกับปวดกล้ามเนื้อเฉยๆ หรือหากมีอาการอักเสบร่วมด้วย เช่น ข้ออักเสบ หรือ เส้นเอ็นอักเสบ ให้เพิ่มความแรงของยาอีกระดับหนึ่ง เช่น เซตฟิโนเฟ่น หรือ พาราเซตามอล

3. การรับประทานยาพาราเซตามอล ควรกินแค่ 1 เม็ด หรือ 500 มก.ต่อครั้ง ไม่ใช่ 2 ครั้ง ทุกๆ 6 ชั่วโมงอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน เพราะอาจมีผลข้างเคียง เสี่ยงตับอักเสบจนถึงมะเร็งตับได้

4. ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ควรอยู่ในความแนะนำของแพทย์เพราะมีผลข้างเคียง อาทิ เกิดการระคายเคืองที่กระเพราะอาหาร ร้ายแรงถึงขั้นเลือดออกในกระเพาะอาหาได้ รวมถึงอาการไตวาย และหลอดเลือดอุดตัน

5. กลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในความแนะนำของแพทย์เช่นกัน ซึ่งแพทย์จะมีแนวทางการป้องกันความผิดปกติจากผลข้างเคียงของยา หรือเปลี่ยนไปใช้ยากลุ่มอื่นๆ ซึ่งอาจจะปลอดภัยมากกว่า

6. เมื่ออาการทุเลาให้หยุดใช้ยาทันที เนื่องจากการใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลข้างเคียงต่ออวัยวะสำคัญภายใน โดยเฉพาะตับ ไต และหัวใจ