มะเร็งเต้านม ปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงควรใส่ใจ

0
75

มะเร็งเต้านม ปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงควรใส่ใจ

มะเร็งเต้านม เป็นปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงควรใส่ใจ เราขอนำความรู้ดีๆ ในเรื่อง “มะเร็งเต้านม” จาก ดร.นพ.ปณต ประพันธ์ศิลป์ มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะ

ทำความเข้าใจ ’มะเร็ง’
“โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของโลกและประเทศไทย มะเร็งเกิดจากเซลล์ของเราเองที่มีความผิดปกติ เซลล์ปกติจะมีการเจริญเติบโต แบ่งตัว และหยุดแบ่งตัว โดยปกติร่างกายจะมีกลไกที่ควบคุมเซลล์ว่าต้องทำงาน แบ่งตัว และตายอย่างไรเป็นปกติ แต่เซลล์มะเร็งจะเป็นเซลล์ที่เจริญเติบโต แบ่งเซลล์ไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เท่านั้นยังไม่พอ มันยังไม่ยอมตายตามระยะเวลาที่มันควรจะตายด้วย ความผิดปกติดังกล่าวเกิดจากสายดีเอ็นเอที่เป็นส่วนควบคุมการทำงานของเซลล์มีความผิดปกติ ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ไม่มีกลไกใดในร่างกายไปยับยั้งการเจริญเติบโตของมันได้ นี่คือคอนเซ็ปต์เบื้องต้นของโรคมะเร็งทั้งหมด

ถ้าถามว่าดีเอ็นเอผิดปกติได้อย่างไร มีสาเหตุมากมายนะครับ อย่างแรกคือได้รับอะไรบางอย่างที่ไม่เหมาะสม ทำให้เซลล์ผิดปกติ อาจจะได้รับสารเคมีบางชนิด ได้รับรังสีบางอย่าง หรืออยู่ในอุณหภูมิที่ผิดปกติไป อาหารการกินก็เช่นกัน เพราะมันก็คือสารเคมีที่ไปโดนเซลล์ สิ่งเหล่านี้อาจจะไปทำให้ดีเอ็นเอที่เป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะส่วนที่ควบคุมการเจริญเติบโตและการตายของเซลล์ผิดปกติไป บางทีมันอาจเกิดขึ้นมาเองก็ได้ หรือเกิดจากพันธุกรรม ในตอนนี้เราสามารถระบุได้ในระดับหนึ่งว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ในระดับลึกลงไปเรายังไม่สามารถระบุได้”

มะเร็งเต้านม กับปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด
“ปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนมากที่สุดอันหนึ่ง คือพันธุกรรม ถ้าเกิดแม่เป็นมะเร็งเต้านม หรือครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม เจเนเรชั่นถัดไปมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นมะเร็งเต้านม และถ้าลงลึกไปอีก เราพบว่ามะเร็งเต้านมบางชนิดเกี่ยวข้องกับยีนส์บางตัว เช่น ยีนส์ที่ชื่อว่า BRCA 1 และ BRCA 2 ทุกคนที่มียีนส์ทั้งสองชนิดนี้ผิดปกติ 100% จะเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ในช่วงชีวิตของเขา ซึ่งยีนส์ทั้งสองชนิดนี้คือยีนส์ที่ แองเจลินา โจลี ตรวจพบว่ามีความผิดปกติ เพราะแม่และยายเขาก็เป็นมะเร็งเต้านม แองเจลินาเลยตัดเต้านมทิ้ง ซึ่งเป็นเคสแรกๆ ของโลกที่มีการตัดเต้านมเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นมะเร็งในอนาคต เพราะรู้แน่ๆ แล้วว่าในชั่วชีวิตเขาจะต้องเป็น

การเกิดมะเร็งเต้านมขึ้นอยู่กับสัญชาติด้วย คนเอเชียมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าคนยุโรปและอเมริกา ผู้หญิง 1 แสนคนในประเทศไทยจะเป็นมะเร็งเต้านมประมาณ 30 กว่าคน ในอเมริกาจะประมาณ 80-90 กว่าคน มีการคำนวณกันออกมาว่า ในชั่วชีวิตของผู้หญิงอเมริกัน 8 คนจะเป็นมะเร็งเต้านม 1 คน ผู้หญิงไทยก็จะลดลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง และมีการศึกษาว่าถ้าเป็นคนญี่ปุ่นที่เกิดและโตในอเมริกา จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมเท่ากับคนญี่ปุ่นที่เกิดและโตในญี่ปุ่น หรือมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมเท่ากับคนอเมริกัน ผลการศึกษาพบว่าคนพวกนี้มีโอกาสเป็นได้เท่ากับคนอเมริกันเพราะฉะนั้นมันก็เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อม อาหารการกินด้วย แต่รายละเอียดลึกๆ ยังบอกได้ยาก

อีกสาเหตุหนึ่งคือการกินยาคุมกำเนิด กินฮอร์โมนเสริมหรือยาบางชนิดเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เกิดการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่คนที่กินสิ่งเหล่านี้แล้วจะเป็นทุกคน เพราะแม้มันจะเพิ่มขึ้นแต่มันก็ยังมีโอกาสน้อยอยู่ดี และผู้ชายก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมเช่นกัน แต่โอกาสน้อยมาก อัตราส่วนคือประเทศไทยในผู้ป่วยรายใหม่ พบผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมในหลักหมื่น ส่วนผู้ชายอยู่ในหลักร้อยเท่านั้น”

หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงป้องกันมะเร็ง
“วิธีการป้องกันคือ เราควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง แต่อย่างที่บอก ในปัจจุบันก็มีความรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยงอยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าจะให้บอกว่ากินอาหารอะไรรวมถึงสมุนไพรอะไรแล้วป้องกันมะเร็ง ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาที่เชื่อถือได้ในเรื่องนี้ ส่วนการออกกำลังกายนั้นมันช่วยในหลายๆ เรื่อง ทำให้กล้ามเนื้อ หัวใจ ปอดแข็งแรงขึ้น ทำให้มีอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ก็ยังไม่มี หลักฐานเชิงประจักษ์ ที่สรุปได้ชัดเจนว่า การออกกำลังกายป้องกันมะเร็งได้”

อาการของมะเร็งเต้านม
“มะเร็งทุกชนิด ยกเว้นมะเร็งเม็ดเลือด ต้องมีก้อนอะไรสักอย่างหนึ่ง เมื่อเรามีก้อนจะถูกสงสัยว่าเป็นมะเร็ง ถ้าเป็นก้อนที่เต้านมก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม แต่เมื่อพบก้อนในร่างกายอย่าเพิ่งตกใจ เพราะก้อนส่วนใหญ่จะไม่ใช่มะเร็ง มีก้อนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นมะเร็ง ในเต้านมของผู้หญิงนั้นมีโอกาสเกิดก้อนได้เรื่อยๆ เป็นแล้วก็ยุบลง เป็นการเปลี่ยนแปลงตามปกติของเนื้อเต้านมในแต่ละช่วง แต่ถ้าเป็นก้อนที่ไม่ยุบ อาจจะเป็นเนื้องอก เนื้องอกนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ขนิด คือเนื้องอกที่ไม่เป็นมะเร็ง จะเป็นเนื้องอกที่ไม่แพร่กระจายและโตช้า เช่น ซีสต์ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นแบบนี้ สามารถรักษาได้ง่าย และเนื้องอกที่เป็นมะเร็ง เป็นเนื้องอกที่แพร่กระจายและเติบโตเร็ว ส่วนใหญ่จะเป็นก้อนแข็ง

ถ้ามีก้อนที่สงสัยให้ไปพบหมอ หมอจะคลำเพื่อตรวจดู จากนั้น จะส่งทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ เพื่อบอกว่าเป็นก้อนมะเร็งหรือไม่ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ หรือต้องการความแน่นอน ก็มีการนำชิ้นเนื้อที่สงสัยมาตรวจทางพยาธิวิทยา ถ้าดูจากการตรวจร่างกายและการทำรังสีวินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นมะเร็ง จะต้องดูต่อไปว่าเป็นมะเร็งชนิดใด ซึ่งจะนำมาสู่วิธีรักษาต่อไป เพราะมะเร็งเต้านมแต่ละชนิดจะมีวิธีการรักษาแตกต่างกัน

การประเมินว่าจะใช้วิธีใดในการรักษามะเร็งเต้านมนั้น อย่างแรกต้องดูระยะของโรค ระยะของโรคมีระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 4 ระยะที่ 1-3 เป็นระยะที่ยังไม่แพร่กระจาย และระยะที่4 คือระยะแพร่กระจาย จะประเมินจากขนาดของก้อนมะเร็งที่ตรวจพบ ระยะของการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองว่ามากน้อยแค่ไหน และดูลักษณะว่าลงไปลึก หรือแพร่กระจายออกไปนอกเต้านมหรือเปล่า การดูระยะของโรคนั้น สามารถบอกได้หลายประเด็น ทั้งการพยากรณ์โรคว่าคนไข้จะสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน และบอกถึงวิธีการรักษาด้วย

อย่างที่สองคือต้องดูว่าเป็นมะเร็งชนิดอะไร และอย่างสุดท้ายคือต้องดูความแข็งแรงของร่างกายคนไข้ คนไข้ที่อายุ 30 ปีกับคนไข้อายุ 80 ปีใช้วิธีการรักษาไม่เหมือนกันแน่นอน แม้จะเป็นระยะและชนิดเดียวกันก็ตาม”

ชนิดของมะเร็งเต้านม
“เราสามารถแยกมะเร็งเต้านมได้หลายแบบ แต่การแยกที่มีผลต่อการนำไปวิเคราะห์การรักษานั้นคือแยกที่ Receptor ฉะนั้น เวลานำชิ้นเนื้อไปตรวจ จะต้องตรวจ Receptor 3 ชนิด คือ Progesterone Receptor, Estrogen Receptor และ HER-2 Receptor เนื่องจากมะเร็งแต่ละชนิดใช้ยาที่ไม่เหมือนกัน

ที่เน้นมากในปัจจุบันคือต้องดูว่ามีส่วนที่เป็นมะเร็งเต้านมชนิดที่มี HER-2 Positive หรือเปล่า และHormone Receptor มัน Positiveไหม เนื่องจากถ้าเป็นมะเร็งเต้านมในกลุ่มนี้ ปัจจุบันจะมียาโดยเฉพาะ

มะเร็งชนิด HER-2 Positive ในอดีตเป็นมะเร็งชนิดที่รุนแรงที่สุดในบรรดามะเร็งเต้านมทุกชนิด 25% ของผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมจะเป็นมะเร็งชนิดนี้ ซึ่งมีอัตราการตายมากที่สุดและเร็วที่สุด แต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีการค้นพบยากลุ่มต้านมะเร็งชนิด HER-2 Positive โดยทำให้มะเร็งชนิดนี้กลายเป็นมะเร็งที่มีคนหายมากที่สุดแทน มีการติดตามผลเป็นระยะเวลา 10 ปี ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้ และได้รับยาที่ถูกต้องควบคู่กับการรักษาวิธีอื่น มีผู้รอดชีวิตโดยที่ไม่กลับมาเป็นซ้ำถึง 80%

ในประเทศไทยมีการใช้ยาตัวนี้มา 10 ปีแล้ว แต่ข่าวดีคือยาตัวนี้เข้าไปอยู่บัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้อยู่ในระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคแล้ว เมื่อเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2557 โดยมีข้อจำกัดในการใช้บางประการ เช่น ต้องอยู่ในระยะที่มะเร็งแพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลืองแล้ว แต่ต้องไม่ถึงระยะแพร่กระจายไประยะอื่น (ระยะที่ 4) แต่ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนไทย”

วิธีการรักษา
“วิธีการรักษามีทั้งหมด 3 วิธี คือ ผ่าตัด ฉายแสง และใช้ยา ในหนึ่งเคสส่วนใหญ่จะใช้ทั้งสามวิธีร่วมกัน โดยดูจากระยะของโรค ชนิดของมะเร็ง และความแข็งแรงของคนไข้ หลักการของการรักษาโรคก้อน คือต้องผ่าตัดออกมา ดังนั้น คนที่จะไม่ต้องผ่าตัด คือคนที่ผ่าตัดไม่ได้

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมมี 2 แบบ คือ การตัดเต้านมทิ้งทั้งหมด (Radical Mastectomy) และการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม (Breast conservative surgery) แตกต่างกันตามระยะของโรค ชนิดของมะเร็ง ความแข็งแรงของคนไข้ และความถนัดของแพทย์ โดยการผ่าตัดแต่ละชนิดจะมีรายละเอียดเชิงลึกที่แตกต่างกันไป แต่การผ่าตัดแบบตัดเต้านมทิ้งทั้งหมดได้รับความนิยมน้อยลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่า การผ่าตัดแบบสงวนเต้านมนั้นให้ผลการรักษาในแง่ของการไม่กลับมาเป็นซ้ำ ที่ไม่ต่างกับการผ่าตัดแบบตัดเต้านมทิ้งทั้งหมด แต่มีผลทางจิตใจที่ดีกว่า และมีโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดน้อยกว่า เพราะแผลที่เกิดจากการผ่าตัดเล็กกว่า และต่อมน้ำเหลืองถูกเลาะออกไปน้อยกว่า มีผลดีกว่าในระยะยาว”

มะเร็งเต้านมรักษาหายได้
“มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะถ้าตรวจพบในระยะเริ่มต้น การรักษาให้หายขาดนั้น ในทางการแพทย์หมายความว่าไม่มีการกลับมาเป็นซ้ำอีกของมะเร็งเต้านมในระยะเวลา 5-10 ปี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะครับที่จะหายขาด ในบางคนก็มีสิทธิกลับมาเป็นซ้ำอีกได้ ซึ่งขึ้นกับปัจจัยอีกมากมาย เซลล์มันผิดปกติตรงจุดหนึ่ง ก็อาจจะกลับมาเป็นในจุดใหม่ได้ หรืออาจจะกลับมาเป็นในจุดเดิมก็ได้เช่นกัน หรือเพราะว่ามีเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น ตั้งแต่ก่อนเริ่มการรักษาแล้ว โดยที่เราไม่สามารถเห็นได้”

คำแนะนำเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
“ผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมได้ ถ้ามันจะเกิด เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเรารู้เร็วประสิทธิภาพในการรักษาย่อมดีกว่ารู้ช้า โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม ถ้ารู้เร็วสามารถรักษาให้หายได้ การที่เราจะรู้ได้เร็ว ก็โดยการที่เราตรวจสอบสุขภาพตัวเอง คอยสังเกตว่ามีก้อนหรือสิ่งผิดปกติเกิดในร่างกายหรือไม่ โดยใช้วิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ เมื่อคลำเจอก้อนในเต้านมให้รีบไปหาหมอ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้องอก รวมถึงถ้าเจอก้อนหรือความผิดปกติในส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วย ควรจะไปให้หมอตรวจ

คำแนะนำต่อมาคือถ้าถึงวัยหนึ่งให้ไปตรวจร่างกาย รวมถึงตรวจแมมโมแกรม ซึ่งมีคำแนะนำเรื่องอายุและความถี่ในการตรวจหลากหลายมาก ไม่อยากให้ไปยึดติดกับตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง แต่จะให้คำแนะนำว่า ถ้าอายุเยอะแล้ว ควรไปตรวจแมมโมแกรมเป็นประจำ เพราะคนอายุเยอะมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมากกว่าคนอายุน้อย และการตรวจแมมโมแกรมมีความแม่นยำกว่าการคลำเต้านมด้วยตัวเอง โดยเฉพาะคนที่มีเนื้อเต้านมเยอะๆ ก้อนขนาด 1 เซนติเมตรบางทีคลำไม่เจอ แต่แมมโมแกรมเห็นได้ในระดับมิลลิเมตร”

ที่มา www.seedoctornow.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.