มะเร็งเต้านม ปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงควรใส่ใจ

31

มะเร็งเต้านม ปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงควรใส่ใจ

มะเร็งเต้านม เป็นปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงควรใส่ใจ เราขอนำความรู้ดีๆ ในเรื่อง “มะเร็งเต้านม” จาก ดร.นพ.ปณต ประพันธ์ศิลป์ มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันค่ะ

ทำความเข้าใจ ’มะเร็ง’
“โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของโลกและประเทศไทย มะเร็งเกิดจากเซลล์ของเราเองที่มีความผิดปกติ เซลล์ปกติจะมีการเจริญเติบโต แบ่งตัว และหยุดแบ่งตัว โดยปกติร่างกายจะมีกลไกที่ควบคุมเซลล์ว่าต้องทำงาน แบ่งตัว และตายอย่างไรเป็นปกติ แต่เซลล์มะเร็งจะเป็นเซลล์ที่เจริญเติบโต แบ่งเซลล์ไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เท่านั้นยังไม่พอ มันยังไม่ยอมตายตามระยะเวลาที่มันควรจะตายด้วย ความผิดปกติดังกล่าวเกิดจากสายดีเอ็นเอที่เป็นส่วนควบคุมการทำงานของเซลล์มีความผิดปกติ ซึ่งเป็นความผิดปกติที่ไม่มีกลไกใดในร่างกายไปยับยั้งการเจริญเติบโตของมันได้ นี่คือคอนเซ็ปต์เบื้องต้นของโรคมะเร็งทั้งหมด

ถ้าถามว่าดีเอ็นเอผิดปกติได้อย่างไร มีสาเหตุมากมายนะครับ อย่างแรกคือได้รับอะไรบางอย่างที่ไม่เหมาะสม ทำให้เซลล์ผิดปกติ อาจจะได้รับสารเคมีบางชนิด ได้รับรังสีบางอย่าง หรืออยู่ในอุณหภูมิที่ผิดปกติไป อาหารการกินก็เช่นกัน เพราะมันก็คือสารเคมีที่ไปโดนเซลล์ สิ่งเหล่านี้อาจจะไปทำให้ดีเอ็นเอที่เป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะส่วนที่ควบคุมการเจริญเติบโตและการตายของเซลล์ผิดปกติไป บางทีมันอาจเกิดขึ้นมาเองก็ได้ หรือเกิดจากพันธุกรรม ในตอนนี้เราสามารถระบุได้ในระดับหนึ่งว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ในระดับลึกลงไปเรายังไม่สามารถระบุได้”

มะเร็งเต้านม กับปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด
“ปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนมากที่สุดอันหนึ่ง คือพันธุกรรม ถ้าเกิดแม่เป็นมะเร็งเต้านม หรือครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม เจเนเรชั่นถัดไปมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นมะเร็งเต้านม และถ้าลงลึกไปอีก เราพบว่ามะเร็งเต้านมบางชนิดเกี่ยวข้องกับยีนส์บางตัว เช่น ยีนส์ที่ชื่อว่า BRCA 1 และ BRCA 2 ทุกคนที่มียีนส์ทั้งสองชนิดนี้ผิดปกติ 100% จะเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ในช่วงชีวิตของเขา ซึ่งยีนส์ทั้งสองชนิดนี้คือยีนส์ที่ แองเจลินา โจลี ตรวจพบว่ามีความผิดปกติ เพราะแม่และยายเขาก็เป็นมะเร็งเต้านม แองเจลินาเลยตัดเต้านมทิ้ง ซึ่งเป็นเคสแรกๆ ของโลกที่มีการตัดเต้านมเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นมะเร็งในอนาคต เพราะรู้แน่ๆ แล้วว่าในชั่วชีวิตเขาจะต้องเป็น

การเกิดมะเร็งเต้านมขึ้นอยู่กับสัญชาติด้วย คนเอเชียมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมน้อยกว่าคนยุโรปและอเมริกา ผู้หญิง 1 แสนคนในประเทศไทยจะเป็นมะเร็งเต้านมประมาณ 30 กว่าคน ในอเมริกาจะประมาณ 80-90 กว่าคน มีการคำนวณกันออกมาว่า ในชั่วชีวิตของผู้หญิงอเมริกัน 8 คนจะเป็นมะเร็งเต้านม 1 คน ผู้หญิงไทยก็จะลดลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง และมีการศึกษาว่าถ้าเป็นคนญี่ปุ่นที่เกิดและโตในอเมริกา จะมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมเท่ากับคนญี่ปุ่นที่เกิดและโตในญี่ปุ่น หรือมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมเท่ากับคนอเมริกัน ผลการศึกษาพบว่าคนพวกนี้มีโอกาสเป็นได้เท่ากับคนอเมริกันเพราะฉะนั้นมันก็เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อม อาหารการกินด้วย แต่รายละเอียดลึกๆ ยังบอกได้ยาก

อีกสาเหตุหนึ่งคือการกินยาคุมกำเนิด กินฮอร์โมนเสริมหรือยาบางชนิดเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เกิดการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่คนที่กินสิ่งเหล่านี้แล้วจะเป็นทุกคน เพราะแม้มันจะเพิ่มขึ้นแต่มันก็ยังมีโอกาสน้อยอยู่ดี และผู้ชายก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมเช่นกัน แต่โอกาสน้อยมาก อัตราส่วนคือประเทศไทยในผู้ป่วยรายใหม่ พบผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมในหลักหมื่น ส่วนผู้ชายอยู่ในหลักร้อยเท่านั้น”

หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงป้องกันมะเร็ง
“วิธีการป้องกันคือ เราควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง แต่อย่างที่บอก ในปัจจุบันก็มีความรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยงอยู่ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าจะให้บอกว่ากินอาหารอะไรรวมถึงสมุนไพรอะไรแล้วป้องกันมะเร็ง ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาที่เชื่อถือได้ในเรื่องนี้ ส่วนการออกกำลังกายนั้นมันช่วยในหลายๆ เรื่อง ทำให้กล้ามเนื้อ หัวใจ ปอดแข็งแรงขึ้น ทำให้มีอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ก็ยังไม่มี หลักฐานเชิงประจักษ์ ที่สรุปได้ชัดเจนว่า การออกกำลังกายป้องกันมะเร็งได้”

อาการของมะเร็งเต้านม
“มะเร็งทุกชนิด ยกเว้นมะเร็งเม็ดเลือด ต้องมีก้อนอะไรสักอย่างหนึ่ง เมื่อเรามีก้อนจะถูกสงสัยว่าเป็นมะเร็ง ถ้าเป็นก้อนที่เต้านมก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม แต่เมื่อพบก้อนในร่างกายอย่าเพิ่งตกใจ เพราะก้อนส่วนใหญ่จะไม่ใช่มะเร็ง มีก้อนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นมะเร็ง ในเต้านมของผู้หญิงนั้นมีโอกาสเกิดก้อนได้เรื่อยๆ เป็นแล้วก็ยุบลง เป็นการเปลี่ยนแปลงตามปกติของเนื้อเต้านมในแต่ละช่วง แต่ถ้าเป็นก้อนที่ไม่ยุบ อาจจะเป็นเนื้องอก เนื้องอกนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ขนิด คือเนื้องอกที่ไม่เป็นมะเร็ง จะเป็นเนื้องอกที่ไม่แพร่กระจายและโตช้า เช่น ซีสต์ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นแบบนี้ สามารถรักษาได้ง่าย และเนื้องอกที่เป็นมะเร็ง เป็นเนื้องอกที่แพร่กระจายและเติบโตเร็ว ส่วนใหญ่จะเป็นก้อนแข็ง

ถ้ามีก้อนที่สงสัยให้ไปพบหมอ หมอจะคลำเพื่อตรวจดู จากนั้น จะส่งทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ เพื่อบอกว่าเป็นก้อนมะเร็งหรือไม่ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจ หรือต้องการความแน่นอน ก็มีการนำชิ้นเนื้อที่สงสัยมาตรวจทางพยาธิวิทยา ถ้าดูจากการตรวจร่างกายและการทำรังสีวินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นมะเร็ง จะต้องดูต่อไปว่าเป็นมะเร็งชนิดใด ซึ่งจะนำมาสู่วิธีรักษาต่อไป เพราะมะเร็งเต้านมแต่ละชนิดจะมีวิธีการรักษาแตกต่างกัน

การประเมินว่าจะใช้วิธีใดในการรักษามะเร็งเต้านมนั้น อย่างแรกต้องดูระยะของโรค ระยะของโรคมีระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 4 ระยะที่ 1-3 เป็นระยะที่ยังไม่แพร่กระจาย และระยะที่4 คือระยะแพร่กระจาย จะประเมินจากขนาดของก้อนมะเร็งที่ตรวจพบ ระยะของการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองว่ามากน้อยแค่ไหน และดูลักษณะว่าลงไปลึก หรือแพร่กระจายออกไปนอกเต้านมหรือเปล่า การดูระยะของโรคนั้น สามารถบอกได้หลายประเด็น ทั้งการพยากรณ์โรคว่าคนไข้จะสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน และบอกถึงวิธีการรักษาด้วย

อย่างที่สองคือต้องดูว่าเป็นมะเร็งชนิดอะไร และอย่างสุดท้ายคือต้องดูความแข็งแรงของร่างกายคนไข้ คนไข้ที่อายุ 30 ปีกับคนไข้อายุ 80 ปีใช้วิธีการรักษาไม่เหมือนกันแน่นอน แม้จะเป็นระยะและชนิดเดียวกันก็ตาม”

ชนิดของมะเร็งเต้านม
“เราสามารถแยกมะเร็งเต้านมได้หลายแบบ แต่การแยกที่มีผลต่อการนำไปวิเคราะห์การรักษานั้นคือแยกที่ Receptor ฉะนั้น เวลานำชิ้นเนื้อไปตรวจ จะต้องตรวจ Receptor 3 ชนิด คือ Progesterone Receptor, Estrogen Receptor และ HER-2 Receptor เนื่องจากมะเร็งแต่ละชนิดใช้ยาที่ไม่เหมือนกัน

ที่เน้นมากในปัจจุบันคือต้องดูว่ามีส่วนที่เป็นมะเร็งเต้านมชนิดที่มี HER-2 Positive หรือเปล่า และHormone Receptor มัน Positiveไหม เนื่องจากถ้าเป็นมะเร็งเต้านมในกลุ่มนี้ ปัจจุบันจะมียาโดยเฉพาะ

มะเร็งชนิด HER-2 Positive ในอดีตเป็นมะเร็งชนิดที่รุนแรงที่สุดในบรรดามะเร็งเต้านมทุกชนิด 25% ของผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมจะเป็นมะเร็งชนิดนี้ ซึ่งมีอัตราการตายมากที่สุดและเร็วที่สุด แต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีการค้นพบยากลุ่มต้านมะเร็งชนิด HER-2 Positive โดยทำให้มะเร็งชนิดนี้กลายเป็นมะเร็งที่มีคนหายมากที่สุดแทน มีการติดตามผลเป็นระยะเวลา 10 ปี ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้ และได้รับยาที่ถูกต้องควบคู่กับการรักษาวิธีอื่น มีผู้รอดชีวิตโดยที่ไม่กลับมาเป็นซ้ำถึง 80%

ในประเทศไทยมีการใช้ยาตัวนี้มา 10 ปีแล้ว แต่ข่าวดีคือยาตัวนี้เข้าไปอยู่บัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้อยู่ในระบบ 30 บาทรักษาทุกโรคแล้ว เมื่อเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2557 โดยมีข้อจำกัดในการใช้บางประการ เช่น ต้องอยู่ในระยะที่มะเร็งแพร่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลืองแล้ว แต่ต้องไม่ถึงระยะแพร่กระจายไประยะอื่น (ระยะที่ 4) แต่ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนไทย”

วิธีการรักษา
“วิธีการรักษามีทั้งหมด 3 วิธี คือ ผ่าตัด ฉายแสง และใช้ยา ในหนึ่งเคสส่วนใหญ่จะใช้ทั้งสามวิธีร่วมกัน โดยดูจากระยะของโรค ชนิดของมะเร็ง และความแข็งแรงของคนไข้ หลักการของการรักษาโรคก้อน คือต้องผ่าตัดออกมา ดังนั้น คนที่จะไม่ต้องผ่าตัด คือคนที่ผ่าตัดไม่ได้

การผ่าตัดมะเร็งเต้านมมี 2 แบบ คือ การตัดเต้านมทิ้งทั้งหมด (Radical Mastectomy) และการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม (Breast conservative surgery) แตกต่างกันตามระยะของโรค ชนิดของมะเร็ง ความแข็งแรงของคนไข้ และความถนัดของแพทย์ โดยการผ่าตัดแต่ละชนิดจะมีรายละเอียดเชิงลึกที่แตกต่างกันไป แต่การผ่าตัดแบบตัดเต้านมทิ้งทั้งหมดได้รับความนิยมน้อยลงไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่า การผ่าตัดแบบสงวนเต้านมนั้นให้ผลการรักษาในแง่ของการไม่กลับมาเป็นซ้ำ ที่ไม่ต่างกับการผ่าตัดแบบตัดเต้านมทิ้งทั้งหมด แต่มีผลทางจิตใจที่ดีกว่า และมีโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดน้อยกว่า เพราะแผลที่เกิดจากการผ่าตัดเล็กกว่า และต่อมน้ำเหลืองถูกเลาะออกไปน้อยกว่า มีผลดีกว่าในระยะยาว”

มะเร็งเต้านมรักษาหายได้
“มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะถ้าตรวจพบในระยะเริ่มต้น การรักษาให้หายขาดนั้น ในทางการแพทย์หมายความว่าไม่มีการกลับมาเป็นซ้ำอีกของมะเร็งเต้านมในระยะเวลา 5-10 ปี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะครับที่จะหายขาด ในบางคนก็มีสิทธิกลับมาเป็นซ้ำอีกได้ ซึ่งขึ้นกับปัจจัยอีกมากมาย เซลล์มันผิดปกติตรงจุดหนึ่ง ก็อาจจะกลับมาเป็นในจุดใหม่ได้ หรืออาจจะกลับมาเป็นในจุดเดิมก็ได้เช่นกัน หรือเพราะว่ามีเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น ตั้งแต่ก่อนเริ่มการรักษาแล้ว โดยที่เราไม่สามารถเห็นได้”

คำแนะนำเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
“ผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมได้ ถ้ามันจะเกิด เราก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเรารู้เร็วประสิทธิภาพในการรักษาย่อมดีกว่ารู้ช้า โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม ถ้ารู้เร็วสามารถรักษาให้หายได้ การที่เราจะรู้ได้เร็ว ก็โดยการที่เราตรวจสอบสุขภาพตัวเอง คอยสังเกตว่ามีก้อนหรือสิ่งผิดปกติเกิดในร่างกายหรือไม่ โดยใช้วิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ เมื่อคลำเจอก้อนในเต้านมให้รีบไปหาหมอ แต่อย่าเพิ่งตกใจ เพราะก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้องอก รวมถึงถ้าเจอก้อนหรือความผิดปกติในส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วย ควรจะไปให้หมอตรวจ

คำแนะนำต่อมาคือถ้าถึงวัยหนึ่งให้ไปตรวจร่างกาย รวมถึงตรวจแมมโมแกรม ซึ่งมีคำแนะนำเรื่องอายุและความถี่ในการตรวจหลากหลายมาก ไม่อยากให้ไปยึดติดกับตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง แต่จะให้คำแนะนำว่า ถ้าอายุเยอะแล้ว ควรไปตรวจแมมโมแกรมเป็นประจำ เพราะคนอายุเยอะมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งมากกว่าคนอายุน้อย และการตรวจแมมโมแกรมมีความแม่นยำกว่าการคลำเต้านมด้วยตัวเอง โดยเฉพาะคนที่มีเนื้อเต้านมเยอะๆ ก้อนขนาด 1 เซนติเมตรบางทีคลำไม่เจอ แต่แมมโมแกรมเห็นได้ในระดับมิลลิเมตร”

ที่มา www.seedoctornow.com